ThaiGameDevX - Thai Game Developers eXchange Forums
23 September 2017, 06:13:16 PM *
Welcome, Guest. Please login or register.
Did you miss your activation email?

Login with username, password and session length
News: หากมาครั้งแรก เชิญอ่าน ประกาศเจตนารมณ์ของ ThaiGameDevX และ กติกา ข้อตกลงในการใช้เว็บบอร์ด ครับ
 
   Home   Help Search Calendar Login Register  
Pages: [1] 2 3 ... 5   Go Down
  Print  
Author Topic: อ่านกันขำๆนะครับ  (Read 32207 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
BA
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +25/-3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 418


เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน


WWW
« on: 21 September 2010, 10:18:01 AM »

http://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=35200&highlight=&sid=13b1985e10b90b7f10b85a69bf9b65d8

พอดีไปเจอมา สมัย 6 ปีก่อน เกี่ยวกับเกม มือถือ
อ่านแล้วเศร้าเหมือนกัน
คนเรามันก็ทำพลาดได้ทุกคน บางคนรู้ว่าผิดก็ยังทำ แต่เลวร้ายสุดคือทำผิดแต่ไม่ยอมรับว่าผิด เฮ่อ
Logged

Browny Application

เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน
Plus Pingya
Approved Member
Full Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +12/-0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 228


Plus Pingya


WWW
« Reply #1 on: 21 September 2010, 12:55:57 PM »

มันน่าอนาทใจแท้เลยนะคับ..

ปัจจุบันนี้ไม่รู้เป็นยังไง ยังมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นอยู่ทุกวันรึป่าว
Logged

yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #2 on: 21 September 2010, 02:12:39 PM »

ไม่ได้คุยเรื่อง ก๊อป แจกอะไรนะ นั่นนอกประเด็น
ปัญหานี้มันจบไปตั้งนานแล้วอ่ะ ไม่ได้ว่าใครถูกใครผิดนะ เดี๊ยวยาว

พูดในแง่เศรษฐศาสตร์ละกัน
ถ้าเคยอ่านหลักการตลาด ประเด็นเค้าก็ถูกนะ ".. เกมเป็นของฟุ่มเฟือย .."

ส่วนที่ว่า เกม 40 บาทแพงไป กว่าเกมจีน ( ตั๋วหนังราคา 2 เท่าของเกมยังดูกันได้ )
แล้วทีเกมฝรั่ง กล่องที่มันออกมา 2,500 บาท ทำไมหลายคนยอมซื้ออ่ะ

แปลรวมๆ ว่า คนเห็นว่า มันเป็นสินทรัพย์ด้อยค่า(คุณภาพ)ไง คนถึงไม่ยอมจ่าย
แล้วในแง่ distribution channel มันไม่เหมาะสมให้เกิดอยู่แล้วอ่ะ ทำไปเสร็จ ก็มาจบปัญหากับ end user เปล่าๆ


ส่วน เกมในต่างประเทศขายแพงกว่าเกมไทย ..
ก็ค่าข้าวในต่างประเทศมันก็ขายแพงกว่าไทยเหมือนกันนิ
40 บาท ซื้อข้าวได้ 2 จาน ในไทย (ตอนนั้น)
$1 ซื้อ junkfood ได้อันนึง ซื้อข้าวกินไม่ได้ (เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง)
 junkfood ในไทย ซื้อข้าวได้ 3 จาน

แล้วก็แปลว่าถ้าวัดระดับตามฝรั่ง ราคาข้าว 1 จานที่เหมาะสม ควรมากกว่า junkfood ครับ (ตอนนี้ต้องประมาณ 60-80 บาท)
แล้วเกมถึงจะขายที่ 40 บาทได้
และถ้าเป็นอย่างนั้น ค่าแรงขั้นต่ำควร ซื้อข้าวได้ 20 จาน/วัน

รู้ไหมทำไมฝรั่งแต่งตัวดี เพราะว่าค่าแรงฝรั่ง 2 ชม. ซื้อเสื้อผ้าเลหลังได้ชุดนึงนะสิ
ไทยเรา ทำทั้งวัน ได้แค่เสื้อตัวเดียว
 Smiley
« Last Edit: 21 September 2010, 02:17:55 PM by yod » Logged

..
Neon
Approved Member
Newbie
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +5/-0
Offline Offline

Posts: 47


« Reply #3 on: 21 September 2010, 07:42:13 PM »

ถ้างั้นผมขอเล่าประสบการณ์ดีๆบ้าง เผื่อเป็นกำลังใจ

เกมที่ผมวางจำหน่ายไป Logic Picross นั้น มีคนไทยเข้ามาถามเพื่อขอซื้อตัวเต็มเนื่องจาก
เค้าเป็นผู้นิยมในการเล่นเกมแนว Picross เป็นอย่างมาก

ผมเองเนื่องจากไม่ได้มีความคิดจะขายให้กับคนไทยมาแต่แรก แต่ในเมื่อเค้ากล้าขอมา
ผมเลยกล้าส่งเกมไปให้ฟรี แต่ทางเค้าก็ยืนยันจะขอจ่ายค่าเกม ผมเลยคิดราคาค่าเกมที่
30 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาใน Marketingที่ $1.99 คนผู้นั้นโอนเงินมาให้ผม 100 บาท
เพื่อเป็นค่าเกม และเค้าคิดว่าราคานี้เป็นราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งเขียน Review เกมใน
Blog ของเค้าเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์เกมให้อีกทางหนึ่ง

จำนวนเงินไม่ใช่ประเด็น แต่ที่สำคัญกว่าคือน้ำใจของคนไทยที่มีความจริงใจในการสนับสนุน
ผู้พัฒนาเกมในประเทศไทยด้วยกัน ถึงแม้จะมีจำนวนไม่มากในสังคมที่กฏหมายไม่สามารถ
เอาผิดผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆได้ แต่อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ผมทำนั้น ไม่ได้สูญปล่าว
แต่มันมีคุณค่าในสายตาของใครบางคน ซึ่งเห็นคุณค่าของมันมากกว่าที่ตัวผมเองได้ประเมิน
ค่าไว้

เอาประสบการณ์ดีๆมาแบ่งปันกันครับ เผื่อท่านอื่นๆจะมีกำลังใจขึ้น

เชษฐ์ เชษฐชัยยันต์
http://www.freehand.in.th/
Logged
BA
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +25/-3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 418


เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน


WWW
« Reply #4 on: 21 September 2010, 09:16:20 PM »

ก่อนขอบอกว่า "อิจฉาคุณเชษฐ์ว้อยยย" (เค้าโอนมา 100 เพื่อให้เราโอนเงินทอนกลับรึเปล่า อิอิ)

ผมมีประเด็นอยู่สองสามอย่างนะครับ
อย่างแรก ถ้าเป็นของฟุ่มเฟือยจริง เราก็ไม่ต้องเล่น แค่นี้จบ มันเป็นข้อดี ทำให้สะท้อนภาพความต้องการที่แท้จริงด้วย และทำให้ผู้ผลิตกลับมาคิดราคาที่เหมาะสม (ราคา คือ ราคะ คือสิ่งที่ตอบสนองกับความอยาก ถ้าอยากมากก็แพง)
คนไทยหลายคนที่รู้สึกว่าการได้มาฟรีๆ เป็นเรื่องที่คุ้ม หรือไม่ฟุ่มเฟือย ผมว่าผิดตรงนี้อ่ะครับ

อย่างสอง การเอาเกมคนอื่นมาเล่น (ไม่ว่าจะทางไหน) ควรมีอะไรมากกว่าการแลกเปลี่ยน เช่น ถ้าเราซื้อเกม 40 บาท เราจ่ายเงินแล้วเอาเกมจบ แต่มูลค่าอาจจะมากกว่านั้น ถ้าเราจ่ายเงิน ให้คำแนะนำ วิจารณ์ แลกกับเกมหนึ่งเกมพร้อมการตอบปัญหา และข่าวสาร ผมว่ามันมีมูลค่ามากกว่า ใจจริงลึกๆผมว่า กระบวนการตรงนี้ จะสามารถพัฒนาวงการเกมเราได้

ผมลองหาว่าคนชื่อ j2methai เป็นใครแต่ก็ไม่เจอครับ เขาอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่คุณเชษฐ์พูดถึงก็ได้นะ
Logged

Browny Application

เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #5 on: 22 September 2010, 05:17:50 AM »

ฟังดูแล้วเป็น 100 บาท ที่มีค่ามากกว่านั้นมากๆ  Smiley

นิยามว่าของฟุ่มเฟือยมันมีหลายแบบครับ
เคยเห็นชุดแฟนซีในเกม online ราคา 1 หมื่นบาท ไหม
ทำไมเค้าถึงยอมจ่ายล่ะ
ถ้ามีของ ฟุ่มเฟือย เยอะ ก็แปลว่ารวยไง

ประเด็นของผมคือ
คนเห็นว่ามันเป็นสินทรัพย์ด้อยค่า(คุณภาพ)ไง คนถึงไม่ยอมจ่าย

ส่วนกรณีคุณเชษฐ์
คนเห็นว่ามันเป็นสินทรัพย์มีค่าไง คนนั้นถึงยอมจ่าย

แม้ว่า 100 บาท จะไม่ cover ค่าพัฒนาทั้งหมด แต่เค้าจ่ายในส่วนที่เค้าเห็นว่าเหมาะสม คือ 100 บาท
จุดที่ demand ตัด supply พอดี จุดตัดที่ว่าของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน

หลักเศรษฐศาสตร์ล้วนๆ

ปัญหาไม่ได้แก้ที่ตัวคน ต้องแก้ที่ตัวสินค้านะครับ

วิธี value added เพิ่มมูลค่าสินค้า มีหลายแบบหน่ะ
ทำแบบ สุกเอา เผากิน มีมูลค่าแค่กระบวนการผลิต
ถ้าจัดลงจาน มีที่นั่งกิน บรรยากาศดีเพลงเพราะ นั่นเป็นมูลค่าเพิ่ม คิดราคาเพิ่มได้

โอเลี๊ยง ข้างทางขายได้อย่างมากก็ 20 บาท ถ้ามันอุตริขาย 30 ผมไม่กินอ่ะ
ส่วน กาแฟยี่ห้อดาวๆ เพิ่งไปกินมา เพราะผมอยากนั่งเก้าอี้นิ่มๆ ฟังเพลงแจ๊สในร้าน ซดกาแฟไปด้วย ซักครึ่ง ชม. .. ถึงขายแก้วล่ะ 110 บาท ผมก็ซื้อนะ

แล้วซอฟต์แวร์เกมต้องทำไง ผมใบ้ให้เยอะแล้ว ลองคิดต่อเองนะครับ
 Smiley
Logged

..
BA
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +25/-3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 418


เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน


WWW
« Reply #6 on: 22 September 2010, 09:05:37 AM »

คุณยอดคงไม่ได้ว่าเกมของ บ.ที่ว่า ไม่ดีหรอกใช่ป่ะครับ
กลัวว่าจะเข้าใจผิดกัน
หลังๆผมไม่ได้คุยกับคนที่ทำเกมนั้นมานานแล้ว ไม่รู้ว่าเค้าหายไปไหนเหมือนกัน
แต่ผมว่าเขาตั้งราคานั้น ก็เรียกว่าถูกแล้วนะครับ แถมเกมเขาก็ดีด้วยนะ
Logged

Browny Application

เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #7 on: 22 September 2010, 09:52:54 AM »

เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ คุณNeon
+1

คุณ BA เริ่มเข้าใจคุณค่าของสิ่งอื่นๆ นอกจาก"เงิน" แล้ว
-----
สำหรับผมการเปรียบเทียบ ต้นทุนกับคุณค่า บางครั้งเป็นทริกอย่างนึง ในการกดราคา
หากสิ่งๆนึงต้นทุนน้อย แต่คุณค่ามาก เค้าจะอ้างว่า "คุณต้นทุนน้อย" แล้วขอลดราคา
หากสิ่งๆนึงต้นทุนมาก แต่คุณค่าน้อย เค้าก็จะอ้างว่า "คุณค่าคุณน้อย" แล้วขอลดราคา
บางที ต้นทุนมาก คุณค่าก็มาก เค้าก็ฟอร์มว่า "คุณค่าคุณน้อย" เพื่อไซโค กดราคา อยู่ดี

สำหรับคนที่ไม่คิดจะจ่าย ก็คือไม่คิดจะจ่าย ไม่ได้มีเหตุผลอะไรไปมากกว่านั้น
เพราะถ้าเกมมันกากจริง เค้าไม่ควรลำบากไปหามาโหลดลงในเครื่อง และเสียเวลาเล่นมันด้วยซ้ำ
แถมเอามาแจกแนะนำคนอื่นให้เล่นอีก

หลักเศรษฐศาสตร์ supply-demand มีจุดบอดอย่างนึงคือ
มันมีเคส "ความต้องการที่จะบริโภค" แต่ถ้า 1)ไม่มีความต้องการจะจ่าย หรือ 2)ไม่มีจะจ่าย
ระบบ มันจะถือว่าเป็นสิ่งนั้น demand น้อย ด้อยคุณค่า

เห็นได้ว่า ความต้องการเล่นเกม นั้นมีอยู่ ผู้บริโภคก็มีจ่าย แค่ 40 บาทเอง แต่...ไม่มีความต้องการจะจ่าย
ประเด็นคือ จะแก้ปัญหาจิตสำนึกนี้อย่างไร? ไม่ใช่ทำเกมให้ดีๆ แน่ๆ
The answer are blowing in the wind...
Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #8 on: 22 September 2010, 10:08:46 AM »

>> คุณยอดคงไม่ได้ว่าเกมของ บ.ที่ว่า ไม่ดีหรอกใช่ป่ะครับ

ไม่ได้พูดอย่างนั้นนะครับ  ไม่ต้องเข้าใจผิดนะ

กลับมาอ่านอีกที ... สงสัยว่าน่าจะเป็นประโยคนี้ ...คนเห็นว่ามันเป็นสินทรัพย์ด้อยค่า(คุณภาพ)ไง คนถึงไม่ยอมจ่าย ?
หรือประโยคนี้ ....  ทำแบบ สุกเอา เผากิน มีมูลค่าแค่กระบวนการผลิต ?

มันเป็นแค่ตัวอย่างหน่ะครับ
สมมติว่า ถึงจะเผางานมาแล้วมันขายได้ ก็แปลว่า คนเห็นว่ามันมีค่าสำหรับเค้า ที่เค้ายอมจ่ายนะ
ยิ่งเขียนยิ่งกลายเ็ป็น ไปว่าเค้าเผางาน อ่านแล้วไม่ดีไปแหะ .. จะยกตัวอย่างยังไงก็อืม.. อ่ะ นะ

สมมติ ขนม ราคา 5 บาท กำไรหน้าร้าน 10% ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ฯลฯ รวมๆ แล้ว ต้นทุนสินค้าอยู่ที่ 20% ของราคาขาย
ก็คือ 1 บาท ถ้ารวมเครื่องจักร แรงคนไปด้วย ต้นทุนอาจจะอยู่ที่ 75 สต.
ถามว่า 75 สต./ชิ้น ทำขนมอะไรได้บ้าง ครับ
แล้วทำยังไงให้ของ 75 สต. ดูดีมีราคา ที่คนยอมจ่าย ซื้อที่ 5 บาท แล้วรู้สึกว่ามันถูกจัง

หรือกรณีกาแฟ ลองอ่านหนังสือเรื่อง นักสืบเศรษฐศาสตร์ ของ TIM HARFORD ละกันครับ
Logged

..
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #9 on: 22 September 2010, 10:27:25 AM »

พอดีโพสต์แล้วเพิ่งเห็น

> สำหรับคนที่ไม่คิดจะจ่าย ก็คือไม่คิดจะจ่าย ไม่ได้มีเหตุผลอะไรไปมากกว่านั้น
> เพราะถ้าเกมมันกากจริง เค้าไม่ควรลำบากไปหามาโหลดลงในเครื่อง และเสียเวลาเล่นมันด้วยซ้ำ
> แถมเอามาแจกแนะนำคนอื่นให้เล่นอีก

เห็นด้วยครับ

คุณ hoo บอกว่าต้องแก้ที่จิตสำนึกของคน  .. แต่ผมเห็นต่างว่าต้องแก้ที่ตัวสินค้า ฮา ไม่มีใครผิดนะครับ

.....

มีเรื่องของ saleman ขายรองเท้า 2 บริษัทจะตีตลาดต่างประเทศ
คนนึงไป ดูๆ แล้ว กลับมาบอกว่าเจ๊งแน่ๆ เลย เลิกทำเหอะ เพราะประเทศนี้นิยมเดินเท้าเปล่าอ่ะ แล้วก็ถอนบริษัทกลับไป
อีกคนไปดูแล้ว รีบกระหืดกระหอบกลับมา โทรไปบอก บริษัทต้นสังกัดด่วน สั่งรองเท้ามาเพิ่มอีก 2 เท่า เพราะ ไม่มีใครใส่รองเท้ากันเลย ต้องขายดีแน่ๆ

ถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องของประเทศที่ไม่ค่อยมีคนนิยมซื้อซอฟต์แวร์เกมล่ะครับ คุณจะทำยังไง ?
Smiley
Logged

..
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #10 on: 22 September 2010, 10:31:18 AM »

จะเล่าใ้ห้ฟัง ถึง ปัญหาในวงการเกมมือถือ ละกัน

คือในยุคแรก ทาง Operator(AIS/DTAC) เขาต้องการให้มีของให้โหลดบนระบบมากๆ
จึงให้ส่วนแบ่งกับ content provider 80% และ operator ขอเพียง 20%
บ.เกมไทยเราจึงพัฒนาเกมมาขายในฐานะ content provider แล้วพออยู่กันได้
ซึ่งสำหรับผมการแค่ "พออยู่กันได้" มันเพียงพอที่จะมีเวลาและโอกาศ พัฒนาไปได้เรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป

แต่แล้ว content provider ส่วนนึง ใช้วิธีนำเข้าเกม
จ่ายลิขสิทธิมั่ง ไม่จ่ายมั่ง
บ.พวกนี้ต้นทุนจึงต่ำกว่า และได้กำไรมากกว่า โตเร็วกว่าจนผุดเป็นดอกเห็ดเต็มระบบไปหมด

ประมาณปลายปี 2005
Operator ทนไม่ไหวที่วางระบบมาเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน แล้วให้พวกนี้มาเป็นเสือนอนกิน
หรือ เค้าคิดว่า content ในระบบมากเพียงพอแล้ว ก็ไม่ทราบได้
จึงปรับส่วนแบ่งเป็น 50/50
โดยไม่มีการแยกแยะ ว่าใครเป็น Developer ใครเป็น Importer

ผลคือ Importer ก็อยู่ไปได้ เพราะต้นทุนต่ำกว่า
แต่ Developer ตายสนิท
เพราะคิดเกมหัวแทบแตก ทำการตลาดแทบตาย ก็ได้แค่ 50%
บางส่วนพยายามส่งออก แต่ก็ติดข้อจำกัดการนำเข้าของประเทศต่างๆ (แต่บ้านเราเปิดอ้าซ่า)
บางส่วนย้าย platform ไป Hand Held แต่ด้วยสายป่านที่สั้น และ skill ยังไม่ถึงขั้น (เพราะขนาดโปรเจกต์จะใหญ่กว่า, skill ไม่ดีคือพัง)

Developer จึงค่อยๆล้มตายไปที่ละเจ้าสองเจ้า
บางส่วนที่ได้มือดี ได้เกมดี ก็ใช้วิธีแบบ cash cow ไป
ด้วยการเอาคนออกจะได้ไม่มีรายจ่าย แต่เกมยังมีคนซื้ออยู่ก็พอมีรายได้เข้าบ้างเรื่อยๆไปอีกระยะ
หรือกลายเป็น Importer กะเขาบ้าง
บทสุดท้ายคือ บ.อยู่ได้ แต่มือดีกลายเป็นคนตกงาน พร้อมข้อหา "ไร้ความสามารถในการแข่งขัน"!

อนึ่ง ถ้ามองกลางๆในแง่เศรษฐศาสตร์ มันอาจเป็น OverSupply ก็ได้เช่นกัน
Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #11 on: 22 September 2010, 10:33:03 AM »

มีเรื่องของ saleman ขายรองเท้า 2 บริษัทจะตีตลาดต่างประเทศ
คนนึงไป ดูๆ แล้ว กลับมาบอกว่าเจ๊งแน่ๆ เลย เลิกทำเหอะ เพราะประเทศนี้นิยมเดินเท้าเปล่าอ่ะ แล้วก็ถอนบริษัทกลับไป
อีกคนไปดูแล้ว รีบกระหืดกระหอบกลับมา โทรไปบอก บริษัทต้นสังกัดด่วน สั่งรองเท้ามาเพิ่มอีก 2 เท่า เพราะ ไม่มีใครใส่รองเท้ากันเลย ต้องขายดีแน่ๆ

ถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องของประเทศที่ไม่ค่อยมีคนนิยมซื้อซอฟต์แวร์เกมล่ะครับ คุณจะทำยังไง ?
Smiley
กลับประเทศไป พร้อมกับบอก บ.ต้นสังกัดว่า อย่าเอาไปขายเลย
เพราะยังไม่ทันขายพวกมันก็ bit กันไปก่อนแล้ว
Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #12 on: 22 September 2010, 03:37:29 PM »


555

มองตามหลักวิชา นั่นเป็นปัญหาด้านการกระจายสินค้า ไม่ใช่ปัญหาของตัวสินค้า หน่ะครับ
Logged

..
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #13 on: 23 September 2010, 06:18:02 AM »

ผมกลับมองเห็นว่าเป็นปัญหาในธรรมชาติของตัวสินค้านะ
คือตัวมันเอง สามารถถูก compensated goods (ผีกุ๊กกู๋ หรือ เกมเล่นฟรี) ทดแทนได้ง่ายๆ
ความต้องการแบบบังคับโดยสภาพแบบข้าว
ชนิดถ้าไม่ได้เล่นเกมจะถึงกับตายได้ ก็ไม่มี
คนซื้อไม่เล่นไม่ตาย แต่คนทำเกมไม่ขาย อาจ อดตายได้

พูดง่ายๆคือ ถ้าบี้กันแบบ Power game หรือ ตามหลักเศรษฐศาสตร์
คนทำเกมมีอำนาจต่อรองค่อนข้างต่ำทีเดียว
ถ้ายังคิดกันด้วย Power game สุดท้ายคนทำก็จะตาย และวงการก็จะซบหรือหายไป

ผมเชื่อว่า วงการเกมที่มันดำรงอยู่หรือรุ่งเรือง
ก็ขึ้นอยู่กับ คนแบบคุณ Neon และคนที่คุณ Neon พบนี่แหละ
ว่าจะมีมากขนาดไหน?
สภาพที่ "คนเล่นยิ้มให้คนทำ และ คนทำก็ยิ้มที่มีคนเล่น"
โดยคนทำ คงจำเป็นต้องระวังเรื่อง "คนทำไม่ได้เงิน คนได้เงินไม่ได้ทำ" เอาไว้ให้ดี
« Last Edit: 23 September 2010, 06:19:40 AM by Hoo » Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
BA
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +25/-3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 418


เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน


WWW
« Reply #14 on: 23 September 2010, 01:37:12 PM »


คุณ BA เริ่มเข้าใจคุณค่าของสิ่งอื่นๆ นอกจาก"เงิน" แล้ว
คุณฮูว่าผมงกง่า...

ไม่เป็นไรครับคุณยอด เอาเป็นว่า เกมเค้าก็ดีนะครับ ผมชอบอยู่หลายเกมเหมือนกัน

ผมคิดๆดู และดูแล้วก้คิดๆนะ
ที่คุณ hoo บอกว่า ไม่จ่ายเพราะไม่อยากจ่าย นี่มันเป็นะรรมชาติจริงๆ
ในตลาดภาพยนตร์ในฮอลิวูดก็เคยเจอปัญหาคุณภาพของภาพยนตร์ตกต่ำ
แต่ผลก็คือคนด่า แต่ก็ยังมีคนดู

บ้านเราถ้าคนเล่นแล้วจ่ายเงินเป็นธรรมชาติ มากกว่าคนเล่นแต่ไม่จ่ายเงิน
ผมไม่เชื่อว่าคนทำจะไม่รักษาคุณภาพงานเพราะรู้ว่ายังไงก็มีคนซื้อหรอก

ถึงตรงนี้ ผมโพสต์กระทู้นี้ตั้งใจให้ดูขำๆนะ
แต่ถ้าจะตัดสินว่าอะไรถูกผิด (ผมว่าดีนะ) แต่คิดว่าคนที่นี้ส่วนใหญ่ก็รูกันอยู่แล้ว
แต่ถ้าจะให้ได้อะไรขึ้นมา คงต้องให้การบ้านกันไปทำแล้วอ่ะครับ
ผมเชื่ออย่างหนึ่งนะครับว่า ถ้าเรารวมตัวกันให้ชัดเจน
บางทีคนเล่นที่ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ เขาอาจจะมองเห็นเรา ตาดำๆ ชัดขึ้นได้
ผมไม่คิดว่าเขาจะเกรงใจเรา แล้วหันกลับมาซื้อ
แต่หวังว่า ถ้าเขาเห็นเราเป็นเพื่อนผู้หวังดี ก็คงอยากช่วยเหลือกันบ้าง ทั้งเงิน หรือกำลังใจ
(แต่เราต้องหวังดีจริงๆนะ)
Logged

Browny Application

เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #15 on: 24 September 2010, 12:07:38 AM »

ธรรมชาติของ IP ก็เป็นแบบนี้อ่าครับ
ในแง่ดีคือ ทำครั้งเดียว ปั๊มขายกี่ครั้งก็ได้
ของลักษณะนี้เช่น เกม เพลง หนัง การ์ตูน รูปวาด
ซึ่งงานศิลป ก้ใช้สมอง กับ สองมือ แบบที่ตอบอีกกระทู้นึงนั่นล่ะ

พอดีวันนั้นรีบไป เลยตอบสั้น
ปัญหาการกรจายสินค้า คือ เกือบทุกบริษัท ไม่มีท่อ ของตัวเองครับ
จะขายครั้งนึง เหมือน หิ้วถังน้ำ ไปขาย
ส่วน bit โดย nature มันเป็นท่ออยู่แล้ว

ทางไหนไปเร็วกว่า น้ำก็ไหลไปทางนั้นครับ
ถ้าจะให้ดีต้องมี flow เข้าเครื่องคนเล่นแล้วเก็บตังค์เลย
แบบที่ apple ทำอยู่ตอนนี้  .. ส่วน android ยังแก้โจทยนี้ไม่ได้นะ

..........................................

คนทำไม่ได้เงิน คนได้เงินไม่ได้ทำ

ผมใช้เวลามาหลายปีเพื่อที่จะได้คำตอบเเพื่อบอกว่า มันก็เป็นอย่างนั้นล่ะ
ถ้าอยากได้เงินจากการทำเกม มันก็ได้ระดับนึง
ถ้าอยากได้เงินรวยๆ ก็ไม่ต้องทำเกมครับ ซื้อมาขายไปแบบรับความเสี่ยงไปรวยก็รวยเจ๊งก็เจ๊ง
รวยเพราะทำเกมเองมีไหม เท่าที่ดู  case study นะ ประมาณว่าใน iphone น่าจะมีเศรษฐีหลักล้านอยู่หลายคนเหมือนกัน
แต่มันคิดเป็นเศษทศนิยมของบรรดาผู้พัฒนาเกมทั้งหด

ดูๆ แล้ว จ้างคนอื่นทำเกมลง iphone ให้น่าจะรวยกว่า
เพราะ hidden cost ที่หลายคนมองไม่เห็นคือ เวลาครับ
สมมติว่า ผมมีเงินไม่จำกัด เอาเงินมาลงทุนทำเกมเอง ผ่านไป 1 ปี ได้มา 1 เกม
ถ้าเอาเงินไปจ้างคนอื่นทำ 20 ทีม ผ่านไป 1 ปี ผมอาจได้เกม 20 เกม
โอกาสฟลุ๊ค 1/n กับ 20/n แบบหลังจะมีโอกาสเยอะกว่านะครับ
มันก็เป็นโมเดลปกติ ที่ทุกคนทำกัน

เขียนแบบนี้ ... รู้แล้วหรือยังว่า ใครจะเป็นคนทำเกมล่ะ ? ฮา

..........................................

ส่วนตัวคิดว่า ผมทำเกมแบบมีศักดิ์ศรีนะ คือไม่ได้ขายเพราะอยากให้ใครช่วยซื้อ เพราะเกรงใจ หรือพราะว่าเป็นเกมไทย
ถ้าคนอยากซื้อ ก็ซื้อเพราะมันสนุก เพราะอยากเล่น แบบนี้ดีกว่าครับ
« Last Edit: 24 September 2010, 12:16:22 AM by yod » Logged

..
karasu
Guest
« Reply #16 on: 24 September 2010, 04:01:38 AM »

ผมว่าถ้ามองตามกรณีนี้ มันอาจจะเป็นว่าคนอยากเล่นแต่ไม่อยากซื้อนะครับ ^^"

คุยกันไปก็เหมือนหมาไล่งับหางตัวเอง งับไม่ได้สะที

LOL
Logged
peace
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +31/-0
Offline Offline

Posts: 479



WWW
« Reply #17 on: 24 September 2010, 05:25:49 AM »


ผู้บริโภคมีหลายกลุ่มครับ
คนที่ไม่คิดจะจ่าย ทำอย่างไรเขาก็ไม่จ่ายครับ
ตราบใดที่มีทางเลือก เช่น เกมฟรี emu แผ่นผี
แต่เชื่อไหมครับว่าแผ่นแท้ PS3 ราคาแพง ๆ มีคนไทยจำนวนมาก นิยมบริโภคกัน
พวกเขามีกำลังซื้อ และ ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่าครับ

ที่จริงสินค้าทดแทน หรือ ทางเลือกนั้นมีอยู่ เช่นเกม PC เกม XBOX360 แต่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้มากพอ
พวกเขาจึงยอมซื้อ แผ่นเกมราคาแพง ๆ

ลอง PS3 ปั๊มแผ่นก๊อปกันได้สิครับ
กลุ่มที่ว่ามาต้องหันมาที่สินค้าทางเลือก(แผ่นก๊อป) กันเกือบทั้งหมดแน่ Smiley
Logged

แจมกันได้ที่นี่ครับ http://peacedev.wordpress.com

รับงานทำเพลงครับ http://soundcloud.com/peace-harmonic-studio

 Gamer's Social Network ,On Cloud http://gamerpagex.appspot.com
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #18 on: 24 September 2010, 06:46:18 AM »

คุณ BA เริ่มเข้าใจคุณค่าของสิ่งอื่นๆ นอกจาก"เงิน" แล้ว
คุณฮูว่าผมงกง่า...
อืม คงเขียนไปผิิดจริงๆแหละ ต้อง
คุณ BA เริ่มเข้าใจ"ต้นทุน"ของสิ่งอื่นๆในวงการเกม นอกจาก"เงิน" แล้ว
อะไรทำนองนี้ จะได้เริ่ม"งก"มากขึ้น เวลาต้องดีลกะเงิน (ฮา)
-----
แรกเริ่มเดิมที
การเขียนรีวิวก็คือสิ่งที่คุณ Neon ประสบมา

แล้วพวกบ้า บริหาร/การตลาด มาเห็นก็ว่า
การเขียนรีวิวนั้นเป็นประชาสัมพันธ์เกมที่ได้ผลดี
จึงควรเป็นหน้าที่/เป็นฝีมือ ฝ่ายบริหาร/การตลาด

ถ้าไม่มีใครเขียน ฝ่ายบริหาร/การตลาด ก็ต้องทำให้มันมีขึ้นมา
เป็น ต้นทุนทางตลาด และน้ำแรง ของ ฝ่ายบริหาร/การตลาด
ไม่ใช่ฝ่ายผลิตที่สร้างมาดีจนประทับใจคนเล่น/เป็นคนเล่นที่มีน้ำใจสละเวลามาเขียนรีวิว!

และด้วยต้นทุนทาง บริหาร/การตลาด มันสูง
เราจึงควรได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าฝ่ายผลิตที่ต้นทุนจะต้องต่ำๆๆๆๆ เพื่อเป็นการแสดงว่าเป็นฝ่ายผลิตมีประสิทธิภาพ
(อย่างที่บอกบ้านเรามันบ้า บริหาร และ การตลาด)
-----
สังคมตอนนี้มีการปลูกฝังทัศนคติ เรื่อง ประสิทธิภาพสูงสุด
โดย "ได้รับให้มากที่สุด โดยออกแรงให้น้อยที่สุด" คือสุดยอดการบริหาร เป็นความ"ฉลาด"
ซึ่งสรุปเป็นสมการได้ว่า
1) Effecient = Output / Input
2) Output => limit to infinity
3) Input => limit to 0

ถ้าคนเล่นคิดแบบนี้ ก็จบ
เพราะไปแหล่งท่อ bit จะได้ ประสิทธิภาพสูงสุดแน่นอน

ถ้าคนทำคิดแบบนี้ ก็จบเหมือนกัน
เพราะจิตจะมุ่งทำเกมให้กำไรที่สุด ไม่ใช่เกมที่สนุกที่สุด

ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ถ้าเป็นแนวเกมใหม่ ที่ประเมินทางการตลาดไม่ได้เลย ว่ามันจะรุ่งหรือร่วง

คนที่ใจรักมีไอเดียจริงๆยอมเสี่ยงทำเกมแนวใหม่
ถ้ารุ่ง ฝ่ายบริหาร/การตลาด ทั้งวงการก็จะประเมินว่า "รุ่ง" ก็จะแห่กันมาทำ
พร้อมกับบอกว่าเป็นผลงานจากการวิจัยตลาดของฝ่ายบริหาร/การตลาด แล้วก็รับกำไรไป
พอแนวเก่าล้นตลาด ก็รอลอกคนมีไอเดียคนต่อไป
โดยที่ถ้าเทคโนฯเปลี่ยน/เห็นว่าฝ่ายผลิตเดิมที่เริ่มแก่-ต้นทุนสูงกว่าหาทีมใหม่ ก็หาทางเขี่ยออก

ถ้าร่วง คนรักทำเกมก็เจ๊งเองฝ่ายเดียว
-----
บางคนบอกว่า
ระบบเศรษฐกิจแบบนี้จะมุ่งไปสู่การผลิตสินค้าที่กากที่สุดเท่าที่จะยังขายออก...
และ
อาชีพที่มีประสิทธิภาพสูงสุดๆ คือ งานบริการ ยกมีดจ่อคอหอยเหยื่อแป๊ปเดียว ก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
BA
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +25/-3
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 418


เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน


WWW
« Reply #19 on: 24 September 2010, 08:27:07 AM »

อ่านของคุณ Hoo แล้ว... แทบบรรลุเลยง่ะ

ผมพยายามบอกตั้งแต่ rep เมื่อวานแล้วครับว่า เราไม่อยากจะเอาเรื่องเก่าๆมาเล่าใหม่ แบบที่ทำมาตลอด 10 ปี
กอปรกับพวกเราก็คงไม่อยากให้เป็นแบบที่คุณ Hoo ว่าใช่ป่ะครับ
ผมไม่ได้ขวางคลองนะครับ ที่คิดว่าการควรทำธุรกิจ ไม่ควรจะหวังกำไรเป็นตัวเงินโดยไม่คิดถึงเรื่องอื่นๆเลย

ผมว่าหลายๆคนคงอยากทำอะไรบ้างใช่ป่ะครับ
Logged

Browny Application

เหยียบพื้น มองฟ้า ก้มลงมา ใช่ผืนฟ้า จะสวยกว่าดิน
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #20 on: 24 September 2010, 08:43:47 AM »

คุณ BA คิดถูกต้องแล้วครับ
ตอนเด็กๆ ผมเคยได้ยินว่า

"เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ คือ กำไร
กำไรสูงสุด ไม่ใช่เป้าหมายทางธุรกิจ"


คือคนเราต้องกินต้องใช้ ทำอะไร ยังไง ก็ต้องมีกำไร... ไม่อย่างนั้นก็อยู่ไม่ได้
แต่ถ้าคิดแต่กำไรสูงสุดละก็... ค้าฝิ่นดีกว่า

ซึ่งพอผมโตมา ได้เรียนบริหารธุรกิจ ก็พบว่าตำราทุกเล่มเขียนว่า
"เป้าหมายของธุรกิจ คือ กำไรสูงสุด" ไปเสียแล้ว
-----
ก็เข้าใจนะครับที่คาดหวังว่า อย่างน้อยๆเราก็ควรจะเริ่มทำในกลุ่มเล็กๆก่อน
แต่ด้วยสังคมเราเป็นระบบเปิด มันจะมี "ข้อจำกัดที่ต้องระวัง/มาคิดกัน" คือ
ความร้อน และ Entropy ภายนอก, ของสังคมโดยรวม มันเข้ามาได้ครับ
ถ้าสังคมเล็กๆของเราร่มเย็น ความร้อนจากวงการอื่นก็จะไหลเข้ามา มันเป็นธรรมชาติของมัน

ว่าด้วยเรื่องของการลด Entropy/Game Theory
บางทีทางออก อาจจะเป็น เรื่องการเรียกร้องต่อสังคม/มีข้อตกลงกันก่อนว่า จะไม่สารภาพ ก่อนจะเข้าห้องสารภาพ
ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทย์อีกคน(จำชื่อไม่ได้) เสนอเรื่องทฤษฏีเกม พร้อมกับแนช
โดยมีการตกลงกันก่อน ทำให้อัตราการไม่สารภาพสูงขึ้นอย่างมาก
บางทีอาจจะต้องร่าง อะไรควร อะไรไม่ควร
อะไรที่"น่าจะ"เป็นธรรม ต่อทุกฝ่ายในวงการเกมขึ้นมา
(ที่ใช้คำว่าน่าจะ เพราะเราอาจคิดไม่หมดไม่ครบถ้วนในตอนแรก)

แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ยังมีช่องโหว่อยู่คือ
ถึงตกลงกันแล้ว ก็ยังมีบางคน สารภาพ ออกมาอยู่ดี
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป มีแนวโน้มว่าการตกลงกันก่อนย่อมไร้ผล ไม่มีใครเชื่อถือการตกลงกันก่อน อีกต่อไป
และเข้าสู่สถานการณ์ของแนช ที่เหมือนไม่มีการตกลงกันก่อน
(คาดว่านี่เป็นสาเหตุที่แนช ได้รางวัลไปในที่สุด)
« Last Edit: 24 September 2010, 09:24:41 AM by Hoo » Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
peace
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +31/-0
Offline Offline

Posts: 479



WWW
« Reply #21 on: 24 September 2010, 10:18:46 AM »

ผมคิดว่า ระบบที่คิดโดยมนุษย์มันย่อมมี"ช่องโหว่"อยู่เสมอน่ะครับ

ภายในสังคมนักลงทุนยังมีนักเก็งกำไร
ภายในสังคมโปรแกรมเมอร์ยังมี Hacker

แต่ผมยังเชื่อว่า "ความซื่อสัตย์คือสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของมวลมนุษยชาติ ไม่ว่ามนุษย์เราดูเหมือนจะเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนก็ตาม"
หลักฐานก็คือ สังคมมนุษย์เรายังคงอยู่รอดและพัฒนากันขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ Smiley
Logged

แจมกันได้ที่นี่ครับ http://peacedev.wordpress.com

รับงานทำเพลงครับ http://soundcloud.com/peace-harmonic-studio

 Gamer's Social Network ,On Cloud http://gamerpagex.appspot.com
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #22 on: 24 September 2010, 10:45:21 AM »

>> และด้วยต้นทุนทาง บริหาร/การตลาด มันสูง
>> เราจึงควรได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าฝ่ายผลิตที่ต้นทุนจะต้องต่ำๆๆๆๆ เพื่อเป็นการแสดงว่าเป็นฝ่ายผลิตมีประสิทธิภาพ

เคยถามตัวเองหรือยังว่าทำไมต้องจ่ายค่าธรรมเนียม (เลียนแบบโฆษณา) ฮา
เอ้ย ทำไมต้นทุนการบริหาร/ตลาด ถึงสูง ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เยอะกว่าฝ่ายผลิต ?
ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่ ?

โมเดลของ ธุรกิจบริการทั่วไป กับ โมเดลของ ธุรกิจการผลิต ไม่เหมือนกัน
แต่ทุกคนที่ไปเรียน เค้าก็สอนได้แต่ใช้โมเดล ธุรกิจบริการทั่วไปเท่านั้น ซึ่งผลก็ได้อย่างที่เห็น
คนผลิตในธุรกิจอยู่ได้ก็อยู่ไป อยู่ไม่ได้คนก็ออก (หรือทำงานผลิตเครื่องโทรศัพท์ไม่ไหวก็โหม่งโลกไป 15 รายแบบในข่าวต่างประเทศ)
สุดท้ายธุรกิจพวกนี้ต้องพึ่ง outsource แล้วก็มากดเงิน outsource ตายเป็นแถบๆ

ถ้าจะอ้างว่า คนคุมธุรกิจควรได้เงินเยอะเพราะจัดการเกี่ยวกับเงินของทั้งบริษัท
ลองไปดูผู้บริหารกองทุนยังได้ค่าบริหารเป็นอัตราส่วนน้อยกว่า ธุรกิจตอนนี้เลย
แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญ(รวมทั้งท่านคิโยซากิ)ยังบอกว่า ผู้บริหารกองทุน คิดเงินค่าบริหารจัดการที่มีราคา"แพง"ไป

>> โดยที่ถ้าเทคโนฯเปลี่ยน/เห็นว่าฝ่ายผลิตเดิมที่เริ่มแก่-ต้นทุนสูงกว่าหาทีมใหม่ ก็หาทางเขี่ยออก

เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่ยังบริหารแบบเดิมๆ ใครสมควรที่จะโดนเขี่ยออกกันแน่
เชื่อว่าคนผลิต(โดยเฉพาะสาย ไอที ซอฟต์แวร์) ถูกสร้างมาให้ตามทันเทคโนโลยีอยู่แล้วครับ
ฝั่งนี้ต้องเรียนใหม่ทุกๆ 3 ปี เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมากๆ
ส่วนตำราบริหารใช้มากี่ร้อยปีแล้วอ่ะ ... ฮา
 Grin

ทำไมผมถึงพูดได้ ก็เพราะว่าผมไปไล่ถาม(จะเรียกหรูๆ ว่าปรึกษาก็ได้)ระดับอาจารย์ฝ่ายการตลาดและฝ่ายบริหารมาพอสมควร
ว่าธุรกิจไอที ธุรกิจเกม ควรทำอย่างไรบ้าง
แล้วคนที่เค้าเฉหน่อย เค้าก็ตอบเลี่ยงๆ  ว่า ทำคล้ายธุรกิจสื่อสิงพิมพ์นะ คล้ายธุรกิจบันเทิง ภาพยนตร์นะ ฯลฯ อะไรก็ว่าไป
ส่วนคนที่เค้าตรงๆ เค้าก็บอกว่า.. "มันไม่มีในตำรา"
 Smiley
« Last Edit: 24 September 2010, 11:21:32 AM by yod » Logged

..
Hoo
Administrator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +52/-0
Offline Offline

Posts: 597


« Reply #23 on: 25 September 2010, 10:08:22 AM »

เข้าใจละ
คุณ peace เข้าใจว่า ประเด็นที่ผมจะสื่อมาตลอด เป็นแค่
ผมเจ็บแค้น "ฝ่ายทุน ฝ่ายบริหาร ฝ่ายการตลาด" ว่า มันช่าง "ชั่วร้าย" และ "เห็นแก่ตัว" เสียเหลือเกิน
ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุ ที่เราคุยกันไม่เคยรู้เรื่องเสียที

ทุกระบบมีช่องโหว่ ดังนั้นเราไม่ควรมีระบบ อย่างนั้นหรือ?
ในเมื่อระบบมีช่องโหว่ "คนในระบบ" ก็ต้องพยายามอุดช่องโหว่ ไม่ใช่หรือ?
หรือ จะให้"คนในระบบ"มีความชอบธรรมในการหาประโยชน์จากช่องโหว่
ใครออกมาเรียกร้องให้อุดช่องโหว่ ก็เป็นเพียงคนเกรียนๆที่ไม่มีปัญญาหาประโยชน์จากช่องโหว่?

สิ่งที่ผมกำลังทำ คือ ออกมาเกรียน เจ็บแค้น ด่าว่าคนที่หาประโยชน์จากช่องโหว่
หรือ ออกมาพูดให้คนในระบบ รับรู้ถึงช่องโหว่ แล้วอุดมัน?

คุณกันมาข้ามปี คุณยังไม่รู้อีกหรือว่าผมสื่ออะไรอยู่?
-----
เหมือนจริงๆแล้ว เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันชอบกลนะพี่ยอด
Tongue
Logged

You ask for Freedom of Speech
or
Freedom of Lies???
peace
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +31/-0
Offline Offline

Posts: 479



WWW
« Reply #24 on: 25 September 2010, 10:56:32 AM »

อ่า...
ไม่มีอะไรหรอกครับ

แค่อยากจะเสนอมุมมองอีกมุม
ไม่ได้ตั้งใจจะขัดใจกับใครหรอกครับ Smiley
ผมคิดว่า ในระบบทุกระบบมันย่อมมี Noise มีการกระจุกตัว

ระบบที่คิดโดยมนุษย์ไม่ว่าจะทุนนิยมสังคมนิยม หรือ อะไรก็แล้วแต่
มันเป็นการยากที่จะสมบูรณ์ได้ เพราะมนุษย์เราเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว

ที่จริงยกตัวอย่างได้หลายอย่าง
เช่นระบบกฎหมายในปัจจุบัน บางทีก็เอาผิดกับคนทำผิดจริงไม่ได้
หรือ บางทีก็มีคนบริสุทธิ์ที่ต้องถูกลงโทษ
แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อย ดีกว่าให้คนทำผิดส่วนใหญ่ต้องลอยนวน แม้จะไม่มีคนบริสุทธิ์ถูกลงโทษ

นั่นเป็นเห็นผลที่ว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถยกเลิกระบบกฎหมายได้ แม้ว่ามันมีช่องโหว่

ผลแอปเปิลมันดูเหมือน ๆ กัน เราดูแล้วก็รู้ว่ามันเป็นผลแอปเปิล
แต่ว่ายังไง ๆ แต่ละลูกมันก็ยังแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่ีดี


ถ้าทุกคนเป็นฝ่ายผลิตกันหมด แล้วจะหาทุนกันจากไหน
ถ้าทุกคนเป็นนายทุนกันหมด แล้วใครจะลงมือผลิต

ถ้าคนหันมาทำทั้งการผลิต และ ลงทุนไปพร้อม ๆ กันในคนเดียว
สุดท้ายก็เป็นการยากที่เขาจะสู้คนที่เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตนถนัดที่สุดได้

ในสังคมมันก็มีทั้งคนดีมาก และคนเลวมาก
จะให้ทุกคนคิดเหมือน ๆ กัน เป็นคนดีเท่า ๆ กัน คงเป็นไปไม่ได้
แต่อย่างไรพวกเขาก็เป็นกลุ่มคนจำนวนน้อยที่ห่างไกลจากค่าเฉลี่ยอยู่ดี

คนที่เขาร่ำรวยจากทุนนิยมมาก ๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคนที่เอารัดเอาเปรียบหรือ หาประโยชน์จากช่องโหว่เพียงอย่างเดียว แต่ก็คงไม่ทุกคน

ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยเห็นใครออกมาพูดถึง วอเรน บัฟเฟต อย่างเสีย ๆ หาย ๆ แบบออกหน้าออกตา(อาจจะมี แต่พวกเขาเป็นกลุ่มที่สุดโต่ง หรือห่างไกลจากค่าเฉลี่ยมากจนเกินไป ผมเลยไม่เคยเห็น)
แต่ในกรณีของ จอร์จ โซรอส นี่ก็ไม่แน่
แต่ถ้าเป็นแบบ ราเกซ นี่ก็ไม่ต้องพูดถึง

Smiley

อ่า พูดมากไปเดี๋ยวกระทู้ร้อนแรง
ผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ

ขอให้สุขสมบูรณ์กันทุกคน


 
« Last Edit: 25 September 2010, 11:31:35 AM by peace » Logged

แจมกันได้ที่นี่ครับ http://peacedev.wordpress.com

รับงานทำเพลงครับ http://soundcloud.com/peace-harmonic-studio

 Gamer's Social Network ,On Cloud http://gamerpagex.appspot.com
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #25 on: 25 September 2010, 11:31:21 AM »

แปลก ... ผมคิดว่า ทั้ง คุณ hoo และ คุณ peace สองคนนี้น่าจะคุยกันได้รู้เรื่องนะ
เพราะผมก็คุยได้ทั้งสองคน relation มันน่าจะ transitive ได้

ถ้าจะให้แปลก็คือ
คุณ hoo นำเสนอความไม่ชอบมาพากลของคนบางที่พยายามใช้ระบบในทางที่ผิด (defected threat)
คุณ peace นำเสนอข้อยกเว้นของระบบในบางกรณี (throw..catch exception)

ซึ่งดูแล้วยังไงๆ ก็ เป็นประเด็นเดียวกันหน่ะครับ
อาจจะเป็นที่คุณ hoo มีพื้นฐานด้านบริหารแข็งกว่า
ส่วนคุณ peace มีพื้นฐานด้านจิตวิทยามาเยอะ
เลยดูเหมือนมองคนละด้าน แต่ที่อ่านดูๆ ก็คือมองสิ่งเดียวกันแระ
คุณ peace อาจจะแนวทุนนิยม + systematic ไปนิด 
ส่วนคุณ hoo อาจจะแนว case study + applied game theory
(ไม่แน่ใจว่าถูกไหม)

พื้นฐานผมก็พูดได้ว่า แม้ว่าจบสายคอมตรง แต่ก็เคยเรียน บริหาร มาเหมือนกันนะ

ที่เขียนมานี้คือพยายามเล่าให้ฟังว่าโลกอื่นๆ นอกจาก โลกของโปรแกรมเมอร์มันก็ยังมีอยู่จริงๆ นะ
คนที่คิดแบบอื่นๆ ก็ยังมีอยู่ (แ้ล้วเค้าก็มีคุณค่าของความเป็นคนไม่ต่างกัน ฮา)
พยายามศึกษาระบบ หาช่องโหว่ และหาวิธีแก้ไขอ่ะนะครับ
ก็เลยเขียนแบบแชร์้ข้อมูลกัน
เผือมีไอเดียดีๆ สร้างโมเดลดีๆ ให้ โปรแกรมเมอร์ดีๆ อยู่ได้เองนะครับ
 Smiley
Logged

..
peace
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +31/-0
Offline Offline

Posts: 479



WWW
« Reply #26 on: 25 September 2010, 11:39:43 AM »

ขอบคุณพี่ยอดที่เข้ามาแชร์ความเห็นเพิ่มเติมครับ

ผมคิดว่าหลังจากนี้ไป หากคนรุ่นหลังได้เข้ามาอ่าน
ไม่ว่าจะเป็นโพสของผม ของคุณHoo ของพี่ยอด หรือของคนอื่น ๆ ที่เข้ามาถกประเด็นกันในมุมมองที่แตกต่าง

สุดท้ายแล้วเขาต้องได้อะไรกลับไปแน่นอน
Logged

แจมกันได้ที่นี่ครับ http://peacedev.wordpress.com

รับงานทำเพลงครับ http://soundcloud.com/peace-harmonic-studio

 Gamer's Social Network ,On Cloud http://gamerpagex.appspot.com
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #27 on: 25 September 2010, 11:47:42 AM »

อาจจะเป็นที่ว่า(ไม่รู้เข้าใจถูกไหมนะ)
คุณ peace คิดว่าโดยพื้นฐานระบบมันก็เป็นอย่างนั้น มีช่องโหว่ทุกอัน
และคิดว่ามันเป็น error ที่ยอมรับได้ เพราะการะกระจายตัวยังอยู่้ในรูปแบบ การแจกแจงปกติ

คุณ hoo เห็นว่าระบบมันรั่ว ก็น่าจะอุดได้ ดีกว่าปล่อยปละละเลย ให้บางคนที่ไม่มีคุณธรรม ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าว

จริงๆ แล้วคุณ hoo ก็อุดระบบได้ครับ ผมเคยชวน "ย้ายมาันั่งอีกฝั่งนึงของโต๊ะ"*
ถ้าระบบเก่ามันไม่ดี เราสามารถสร้างใหม่จากอีกฝั่งนึงได้ครับ
บอกตรงๆ ผมอยากได้คนเพิ่ม ผมคนเดียวทำไม่ได้ครับ

*อีกฝั่งนึงของโต๊ะคืออะไร จากหนังสือพ่อรวย ตอนที่มีคนมาสมัครงานนั่งฝั่งนึง .. พ่อรวยนั่งอีกฝั่งนึง
พอพ่อรวยสัมภาษณ์เสร็จก็คุยกับลูกจน  .. ว่าทุกคนนั่งอยู่ฝั่งนั้น ไม่ยอมนั่งอีกฝั่งนึง

เพราะตัวระบบไม่ได้ดีหรือร้าย เพียงแต่คนนั่งอีกฝั่งมันทำอะไรได้มากกว่าอีกฝั่งนึง จะร้ายกว่าก็ได้ จะเอาเปรียบกว่าก็ได้ จะตักตวงมากกว่าก็ได้ หรือ จะเป็นฝ่าย"ให้"มากกว่าก็ยังได้ .. และยังขาดคนที่มีความคิดดีๆ ไปนั่งด้านนั้นนะครับ

ผมอยากให้สิ่งที่เขียน มันเปิดโลก แคบๆ ของโปรแกรมเมอร์ ซะที
ตื่นกันได้แล้วนะครับ  Smiley

หลายอย่างทุกวันนี้ เพราะเราถูกฝึกมาไม่ให้คิด หรือไม่กล้าคิดถึงมัน
ยิ่งฝั่งโปรแกรมเมอร์ถูกฝึกให้รับคำสั่งอย่างเดียว ตรรกะ T,F ไม่ได้พลิกแพลงอะไรเลย

บางคนบอกว่าพี่ยอด ปล่อยน้องๆเค้าไปตามทางเถอะ ให้ไปทำงานดูก่อน
ผมคิดว่า ก็แค่เขียนให้อ่านอ่ะ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ มันก็แล้วแต่
ผมคงไม่สามารถขนาดเขียนเพื่อบังคับใครให้ทำอะไรได้อยู่แล้ว
ทุกคนสามารถพิจารณากันเองได้ว่าควรจะทำยังไงต่อ

ชื่อเรื่องมันขำ แต่อ่านแล้วซีเรียสแหะ ฮา
 Grin
« Last Edit: 25 September 2010, 12:03:47 PM by yod » Logged

..
peace
Approved Member
Sr. Member
*

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +31/-0
Offline Offline

Posts: 479



WWW
« Reply #28 on: 25 September 2010, 11:58:08 AM »

ที่จริงก็เห็นด้วยกับการอุดรูรั่วน่ะครับ ถ้ามันอุดได้แล้วไม่ไปทำให้ที่อื่นรั่วแทน Smiley

วกกลับมาที่เรื่องเดิมของคุณ BA ก็คือ สุดท้ายไม่ว่าเราจะไปคาดคั้น ประนาม หรือ หาทางเอาผิดกับคนที่เขาไม่ยอมจ่ายเงินซื้อเกมยังไง ถ้าเขาไม่คิดจะจ่าย เขาก็ยังคงหาวิธีไม่จ่ายอยู่อย่างงั้นแหละครับ Smiley

คราวนี้ผมขอตัวจริง ๆ ละคับ Smiley
« Last Edit: 25 September 2010, 12:13:46 PM by peace » Logged

แจมกันได้ที่นี่ครับ http://peacedev.wordpress.com

รับงานทำเพลงครับ http://soundcloud.com/peace-harmonic-studio

 Gamer's Social Network ,On Cloud http://gamerpagex.appspot.com
yod
Global Moderator
Hero Member
*****

จำนวน ชม/ไม่พอใจ: +150/-15
Offline Offline

Posts: 3,240


WWW
« Reply #29 on: 25 September 2010, 12:55:23 PM »

ขอเขียนต่อเลยล่ะกัน มีหลายประเด็น อยากแชร์ด้วย พอดีช่วงนี้จะว่างนิดหน่อย

Quote
ว่าด้วยเรื่องของการลด Entropy/Game Theory
บางทีทางออก อาจจะเป็น เรื่องการเรียกร้องต่อสังคม/มีข้อตกลงกันก่อนว่า จะไม่สารภาพ ก่อนจะเข้าห้องสารภาพ
ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทย์อีกคน(จำชื่อไม่ได้) เสนอเรื่องทฤษฏีเกม พร้อมกับแนช
โดยมีการตกลงกันก่อน ทำให้อัตราการไม่สารภาพสูงขึ้นอย่างมาก

การตกลงกันก่อน เรื่องจริงมันจะกลายเป็นว่า เกมนี้ดูจะมีการ "ฮั้ว" กันเกิดขึ้นมาหน่ะสิครับ
แล้วมันก็จะเป็น win-win theory แทน

อีกประเด็นนึง

แต่สิ่งที่หลายคนลืม (nash ก็ลืม?) ว่า การไม่สารภาพ ทำให้ นักโทษ ที่ควรจะได้รับโทษ กลายเป็นพ้นคดีไป
ตามช่องโหว่ของกฎที่วางไว้ และ (ลืมว่า?) ส่งผลอย่างไรบ้างต่อสภาพแวดล้อมโดยรวม

สมมติ มี บ.(สมมติ)นึง ชอบกดราคา หรือเพิ่มงานใ้ห้ outsource (ตัวอย่างสมมติ ถ้าไปพ้องกับใครเข้า ผมไม่เกี่ยวนะ)
โปรแกรมเมอร์ ที่โดนกดราคาก็เงียบๆ เพราะกลัวไม่ได้เงิน หรือ ถ้าโวยแล้ว กลัวไม่ได้รับงานต่อ กลัวอดตาย


payoff เป็นแบบนี้ สมมติราคาจ้างคือ 10 บาท กดราคาเหลือ 2 บาท เพิ่มงาน +5 บาท

                       outsource
                          โวยวาย          เงียบๆ
บ.สมมติ กดราคา        -10,+10       -2,+2
          จ่ายเต็ม        -10,+10      -10,+10
           เพิ่มงาน       -15,+15      -10,+10


กำไรของ บ.สมมติ ขายปกติ 30 บาท ขายแบบเพิ่มงาน 50 บาท  (none-zero sum)
ดังนั้น  payoff รายรับของ บ. และ outsource จะเป็นแบบนี้

                       outsource
                          โวยวาย          เงียบๆ
บ.สมมติ กดราคา        +20,+10      +28,+2
          จ่ายเต็ม        +20,+10      +20,+10
           เพิ่มงาน       +35,+15      +40,+10


ดังนั้น บ.(สมมติ)นึง ก็จะเห็นว่า กดราคา outsource หรือเพิ่มงาน ก็จะได้ประโยชน์ ลดต้นทุน เป้าหมายคือทำกำไร ก็จะทำต่อไป

แต่ถ้า โปรแกรมเมอร์ ที่โดนกดราคาออกมาโวย ก็จะไม่แน่ว่าจะได้เงิน แต่ตกงานแน่นอน

ถ้าโปรแกรมเมอร์ มีอัตราการโวยวาย แบบสุ่ม
บ.(สมมติ)นึง ก็จะเห็นว่า กดราคา outsource  มีความเสี่ยง
ก็อาจเลือกเป้าหมายโดยการสุ่ม หรือดูพวกไม่ค่อยสู้ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องลดต้นทุน เป้าหมายคือทำกำไร ก็จะทำต่อไป

สิ่งที่ nash ลืม (หรือไม่ลืม แค่บอกว่า มีการเลิกเล่นเกมนี้ เกิดขึ้น) นั่นคือ
ถ้าโปรแกรมเมอร์ มีอัตราการโวยวาย แบบระยะยาว
ไม่มีใครกล้ารับงาน ส่งผลให้ บ.ที่ว่า ก็ไม่สามารถทำกำไรได้ และล้มหายตายจากไป



สิ่งที่องค์กรยุคใหม่ พูดถึงคือ ภาพลักษณ์ขององค์กร ดังนั้น
ให้ ภาพลักษณ์ขององค์กร มีมูลค่า 1000 (เยอะๆ มากๆ)
การที่โดนโวยวาย ก็จะเสีย 1000  (none-zero sum)
ดังนั้น  payoff รายรับของ บ. และ outsource จะเป็นแบบนี้

                       outsource
                          โวยวาย          เงียบๆ
บ.สมมติ กดราคา        -980,+10      +1028,+2
          จ่ายเต็ม        +20,-990      +1020,+10
           เพิ่มงาน       -965,+15      +1040,+10

สรุป(มั่วๆ)ว่า การสร้างองค์กรคุณค่า เน้นภาพลักษณ์ขององค์กร น่าจะช่วยแก้ปัญหาช่องว่างในระบบ ที่คุณ hoo เสนอมาได้บ้างนะ
และ ซื้อถูก ขายแพง กำไรสูงสุด จึงไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ
แต่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนแบบที่เค้าพูดกัน  Smiley
Logged

..
Pages: [1] 2 3 ... 5   Go Up
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2013, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!