ผมกลับไม่รู้สึกว่า ชุมชนเหล่านี้เกิดประโยชน์กับวงการสักเท่าไหร่นะ
หรือให้พูดอีกทีว่า ชุมชนสามารถสร้างแรงขับได้มากกว่านั้น
มันเป็นสิ่งที่ผมสงสัยมาตลอดว่า มีใครเรียกชุมชนเหล่านี้เป็น ครู แล้วดันตัวเองเข้าไปในอุตสาหกรรมได้บ้าง ?
ในชุมชนแต่ละแห่ง มีคนที่ทำงานอยู่ในวงการจริง ๆ กันกี่คน ?
ผมไม่แปลกใจเมื่อมีคนเรียกชุมชนเหล่านี้ว่า สุสานคนทำเกม
เพราะเป็นประเด็นที่ผมคิดมาตลอดหลายปี และผมก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
ชุมชนที่มีอยู่ไม่สามารถดึงดูดผู้สนใจเข้าสู่วงการได้
ชุมชนที่เป็นแรงขับมากที่สุดกลับเป็น ThaiDev.com ด้วยซ้ำำไป
ด้วยสารพัดนักศึกษา CDX ที่เข้าสู่เส้นทางเริ่มต้นของคนทำเกม
เสียแค่ว่า CDX เป็นเอนจินที่ล้าสมัยไปแล้ว และหลาย ๆ คนก็ไม่มีทางเดินต่อ
เพราะชุมชน ThaiDev.com เองก็ไม่มีสมาชิกแกนที่จะนำทางพวกเขาไปสู่ทางใหม่
ผมนั่งตีโจทย์ว่า อะไรที่ืทำให้ ThaiDev.com ดึงดูดบุคลากรได้มากกว่าชุมชนอื่น
คำตอบสำหรับผมค่อนข้างชัดเจนว่า "เนื้อหาความรู้ที่เป็นภาษาไทย"
คนไทยยังไงก็วิ่งเข้าหาเนื้อหาภาษาไทยก่อนอยู่วันยังค่ำ และเรียนรู้ได้เร็วกว่า
ในแง่นี้ โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าโมเดลของ wiki จะเวิร์กครับ (อย่างน้อยก็ตอนนี้)
ผมคิดว่า cost ในการสร้างเนื้อหา wiki นั้นยังสูงเกินไป เป็นกำแพงต้นทุนที่ชุมชนไทยยังไม่พร้อม
เฉพาะ syntax ก็วุ่นวายแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการตั้งชื่อหน้า การลิงก์หน้า เรื่องลิขสิทธิ์
และการจัดการกับผู้ทำลายเนื้อหา ยุ่งยากทั้งคนเขียน และคนดูแล
ต้นทุนด้านบุคลากรในการ maintenance ระยะยาวสูงกว่าเว็บบอร์ด
คำตอบผมยังเป็นบล็อกเป็นหลัก เหมือนอย่างที่ตั้งโมเดลไว้ในกระทู้ของ blognone
เป็นจุดเริ่มที่คิดว่าน่าจะเรียบง่ายที่สุด และมีประโยชน์ชัดเจน
เขียนเนื้อหาสั้น ๆ แล้วโยนลิงก์ไปเว็บเมืองนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ชุมชนหลาย ๆ แห่งทำอยู่แล้ว
แต่ปรับใหม่ให้มีรูปแบบชัดเจนมากขึ้น และสร้างความเคลื่อนไหวได้มากกว่า
ผมไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่า ผมไม่ใช่นักการศึกษา, HR, หรือกูรูเทคโนโลยี เสียด้วย
พวกโมเดลชุมชนต่าง ๆ ก็ศึกษาจากชุมชนหลายแห่ง คำตอบก็เลยออกมาอย่างที่เห็น
ทำไมผมเล็งเรื่องชุมชนออนไลน์มากนัก คำตอบนั้นง่ายมาก
ต้นทุนในการเข้าถึงต่ำ (low access cost) ในขณะที่สามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา (high availability)
ไม่จำกัดสถานที่ ไม่จำกัดชนชั้น ไม่จำกัดวัยวุฒิ
ไม่พูดถึงเนื้อหาอื่น ๆ นอกจากออนไลน์
เพราะขนาดเนื้อหาออนไลน์แบบภาษาไทยยังสร้างกันไม่สำเร็จเลย (ไม่ยั่งยืน) เนื้อหารูปแบบอื่น ๆ นั้นไม่ต้องพูดถึง
ไม่พูดถึงชุมชนในระดับองค์กรนะครับ อยู่นอกประเด็นเพราะเป็นชุมชนปิด ถ้าเขาอยากเปิดก็เปิดเอง (อย่างซัน, ไมโครซอฟท์, id software ฯลฯ)
สรุปง่าย ๆ ว่า ใครมีโมเดล
ที่ดีกว่านี้มั้ยครับ
หรือที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ผมก็คงไม่ว่าอะไร
